Latest Posts

Oakley Meta HSTN แว่นไม่ใช่แค่แว่น

แว่นไม่ใช่แค่แว่น: เมื่อ Oakley และ Meta ถอดรหัสอนาคตของสายตา จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าสิ่งที่อยู่บนใบหน้าเราทุกวัน กลายเป็นสมองที่สอง? นั่นคือคำถามที่แว่นตาอัจฉริยะรุ่นใหม่อย่าง Oakley Meta HSTN ตั้งใจจะตอบ ไม่ใช่แค่ด้วยสเปกเทคโนโลยี แต่ด้วยการตีความใหม่ว่าแว่นควรเป็นอะไรได้บ้าง นี่ไม่ใช่แว่นสายตา ไม่ใช่แว่นกันแดด แต่คือ อินเทอร์เฟซระหว่างสายตา เสียง และ AI โดยที่หน้าตายังดูเท่พอจะใส่ออกกำลังกายหรือเดินห้างโดยไม่สะดุดตาเกินไป Meta ร่วมกับ Oakley เปิดตัวแว่นรุ่นใหม่ภายใต้ชื่อ HSTN ซึ่งมีดีไซน์จาก Oakley ผสานกล้องและลำโพงที่ Meta พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ฟีเจอร์หลักคือกล้อง 3K Ultra HD สำหรับถ่ายภาพ-วิดีโอ, ลำโพง open-ear, ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน, และผู้ช่วยอัจฉริยะ Meta AI แว่นยังสามารถ แปลภาษาแบบเรียลไทม์, สแกน QR, ถามตอบกับ AI และรองรับคำสั่งเสียง ทำให้มันไม่ใช่แค่ gadget แต่เป็น […]

Codex เมื่อโค้ดไม่ใช่สิ่งที่เราต้องเขียนอีกต่อไป

Codex จาก OpenAI: จุดเริ่มของยุคใหม่ที่มนุษย์ ‘สั่งงาน’ โค้ดแทน ‘เขียนเอง’ บทความนี้ เราทำการสรุปและปรับปรุงให้กระชับจากคลิปด้านล่าง เราจะยังต้องเขียนโค้ดด้วยตัวเองอีกนานแค่ไหน? ในวันที่ AI เริ่มสามารถแก้บั๊ก สร้าง PR และเรียนรู้จากสภาพแวดล้อมเหมือนมนุษย์ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่มันคือการตั้งคำถามถึงบทบาทของนักพัฒนาในโลกที่เอเจนต์กำลังลุกขึ้นมาทำงานเอง Codex ไม่ใช่ชื่อใหม่ แต่ OpenAI กลับมาใช้ชื่อนี้อีกครั้ง เพื่อแทนภาพของ AI ที่มีคอมพิวเตอร์เป็นของตัวเอง สามารถรับคำสั่งจากมนุษย์แล้วไปทำงานอยู่เบื้องหลัง ก่อนจะส่งผลลัพธ์กลับมาเป็น Pull Request ที่แทบไม่ต้องแตะ ต่างจาก GPT ที่เก่ง autocomplete หรือ Copilot ที่เป็นคู่คิด Codex ตั้งใจให้เป็น “เพื่อนร่วมทีมที่รับงานแล้วไปทำเอง” โดยไม่ได้รบกวนผู้ใช้ระหว่างทาง คล้ายกับการจ้างอินเทิร์นที่เก่งพอจะส่งงานกลับมาได้คุณภาพเกือบเท่าทีม Dev จริง Codex คือภาพทดลองของการพัฒนา Software ในโลกที่ AI ทำงานบนเครื่องตัวเอง และมนุษย์กลายเป็นผู้รีวิว ไม่ใช่ผู้สร้างทั้งหมด เบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดจากแค่พลังของโมเดล แต่เกิดจาก […]

vLLM คืออะไร หรือจะเป็นพลังเงียบเบื้องหลังความเร็วของโมเดล

ทำไมการตอบสนองของ AI บางระบบจึงรวดเร็ว… ขณะที่บางระบบกลับเชื่องช้า? เราอาจเคยสัมผัส chatbot ที่ตอบแทบจะทันที และก็เคยหงุดหงิดกับบางระบบที่นิ่งสนิทนานนับวินาที ความแตกต่างนั้นเกิดจากอะไร? และถ้าคำตอบคือ “โครงสร้างการประมวลผลเบื้องหลัง” มันกำลังบอกอะไรเกี่ยวกับอนาคตของการใช้งาน AI จริงจังในระดับองค์กร? เมื่อเราเอ่ยถึงระบบอย่าง LLM หรือ Large Language Models สิ่งที่ซ่อนอยู่คือกลไกที่ซับซ้อนระดับการจำลองกระบวนการคิดของมนุษย์ แต่ละคำที่ถูก generate ไม่ได้เกิดขึ้นทันที มันต้องอาศัยพลังประมวลผลระดับสูงจาก GPU เพื่อคาดเดาคำถัดไป ทุก token คือต้นทุน และทุกคำตอบคือผลลัพธ์ของระบบพยากรณ์อันละเอียดอ่อน What exactly is vLLM? มันคือ library ที่ถูกออกแบบมาเฉพาะสำหรับงาน inference ของ LLM โดยมีเป้าหมายเพื่อเร่งความเร็วและลดการใช้หน่วยความจำในการให้บริการโมเดลขนาดใหญ่ ทีมวิจัยจาก UC Berkeley พัฒนา vLLM เพื่อแก้ปัญหาคอขวดของระบบเสิร์ฟ LLM แบบเดิม ทั้งในแง่ของ throughput และ memory efficiency […]

AI แซงมนุษย์: โลกปี 2030 จากสายตา Google

เมื่อ AI แซงมนุษย์: โลกปี 2030 จากสายตา Google AI จะเข้าใกล้ปัญญาเหนือมนุษย์ภายในปี 2030 เป็นคำกล่าวจาก Sundar Pichai ซีอีโอของ Google ที่อาจเปลี่ยนวิธีคิดของเราต่อเทคโนโลยีไปตลอดกาล แต่ความหมายแท้จริงของสิ่งนี้คืออะไร? และจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อสติปัญญาประดิษฐ์ก้าวเข้าสู่ระดับที่ไม่ใช่แค่ “ช่วย” มนุษย์อีกต่อไป แต่กลายเป็น หุ้นส่วนปัญญา ที่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างของความรู้และการสร้างสรรค์ทั้งโลก? Pichai ย้ำว่า AI ไม่ใช่เพียงอีกหนึ่งเทคโนโลยี แต่มันคือ จุดเปลี่ยนทางอารยธรรม เหนือกว่าไฟหรือไฟฟ้า เพราะมันสามารถ ปรับปรุงตัวเองได้ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด กรณี AlphaGo ที่เคลื่อนไหวแบบไม่คาดคิดในตา 37 ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของโมเดลที่พัฒนาเหนือจินตนาการของมนุษย์ โมเดลเช่น Veo 3 แสดงให้เห็นว่า การเรียนรู้เชิงลึกสามารถเปลี่ยนรูปแบบของการสร้าง ไม่เพียงในภาพยนตร์ แต่ในทุกมิติของเนื้อหา Google มองว่า ความคิดสร้างสรรค์ไม่ควรถูกจำกัดโดยจำนวนผู้สร้าง แต่ควรถูกปลดปล่อยโดยเครื่องมือที่มีพลัง จากอดีตที่มีเพียงไม่กี่คนเข้าถึงการผลิตสื่อ วันนี้ AI ทำให้ผู้คนกว่า 8 พันล้านสามารถเป็นผู้สร้างได้จริง […]

Krea 1 – โมเดลสร้างภาพ AI ที่เปลี่ยนเกม

Krea 1 – โมเดลสร้างภาพ AI ที่เปลี่ยนเกม ทำไม AI สร้างภาพถึงยังไม่เคยรู้สึก “ใช่” จริงๆ สำหรับคุณ? Krea 1 ไม่ได้แค่อัปเกรดจากของเดิม แต่มันเหมือน “เปลี่ยนเวที” ให้กับวงการสร้างภาพ AI ทั้งหมด ด้วยพลังของโมเดลที่เข้าใจสไตล์และแสงเงาเหมือนตากล้องมืออาชีพ เบื่อไหมกับภาพที่ดู “ปลอม” และซ้ำกันไปหมด? Krea 1 ปลดล็อกขีดจำกัดนั้น ด้วยเทคโนโลยี Style Reference อัปโหลดภาพใดก็ได้ แล้วมันจะดึงดีเอ็นเอของภาพนั้นมาสร้างภาพใหม่ในอารมณ์เดียวกัน — ทรงพลังแบบไม่ต้องใส่ prompt ยากๆ คุณแค่โยนภาพที่ใช่เข้าไป แล้วดู AI ทำงานเหมือนมีกราฟิกดีไซเนอร์ส่วนตัวในคลิกเดียว ไม่ใช่แค่ภาพดูดี มันรองรับความละเอียดสูงถึง 4K โดยยังคงรายละเอียดของผิว แสง วัตถุ ได้ครบถ้วน ราวกับภาพถ่ายจริง ความคมชัดที่มันสร้างได้ ไม่ใช่แค่แสดงผลลัพธ์ชัดเจน แต่ยังรองรับการนำไปใช้จริง — ไม่ว่าจะเป็นป้ายโฆษณา โปรเจกต์ NFT […]

Seedance 1.0 จาก ByteDance

Seedance 1.0: วิดีโอ AI ที่คิดเหมือนผู้กำกับ AI video model ส่วนใหญ่แค่เรนเดอร์เฟรมให้ครบตาม prompt แต่ Seedance 1.0 ไปไกลกว่านั้น มัน “ออกแบบกล้อง” เหมือนผู้กำกับที่อ่านบทแล้วรู้ว่าต้องแพนซ้ายเมื่อไหร่ ต้องซูมเข้าเมื่อไร เพื่อพาอารมณ์ของฉากให้ไหลไปต่อ นี่ไม่ใช่แค่ T2V (Text-to-Video) หรือ I2V (Image-to-Video) ทั่วไป แต่มันคือการสังเคราะห์ “multi-shot cinematic reasoning” ให้ภาพหลายช็อตเรียงต่อกันอย่างลื่นไหล ทั้งมุมกล้องและแสงเงาอยู่ในทิศเดียวกันราวกับมี DOP มืออาชีพควบคุมอยู่เบื้องหลัง ระบบภายในที่ทำให้มันต่าง Seedance ใช้สถาปัตยกรรมแบบ 3-phase: แต่ละส่วนไม่เพียงเข้าใจคำสั่งเท่านั้น มันยังรู้ว่า “อะไรควรมาก่อน–หลัง” เช่น กล้องควรดึงออก (pull back) ก่อนตัวละครหาย หรือควร cut-in shot มา close-up เมื่อตัวละครแสดงสีหน้าเปลี่ยน เปรียบเทียบกับคู่แข่ง Sora เน้นความสมจริงRunway […]

Opt-in และ Opt-out ในบริบทของ AI

Opt-out ใน AI คืออะไร: สิทธิของผู้ใช้ในโลกที่ข้อมูลคือเชื้อเพลิง เมื่อ AI ต้องการข้อมูลผู้ใช้ในปริมาณมหาศาล คำว่า opt-out จึงไม่ใช่แค่ฟังก์ชัน แต่คือกรอบสิทธิ Opt-out ในบริบท AI คือสิทธิในการปฏิเสธไม่ให้แพลตฟอร์มใช้ข้อมูลส่วนตัวเพื่อฝึกโมเดล—เครื่องมือที่คืนอำนาจการควบคุมกลับสู่ผู้ใช้ แพลตฟอร์มชั้นนำอย่าง LinkedIn, Meta, X และ Microsoft เปิดให้ผู้ใช้เลือก opt-out ผ่านการตั้งค่า โดยบางแห่งทำได้ง่าย บางแห่งซับซ้อนจนอาจกลายเป็นด่านปิดบังสิทธิ Opt-out ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่มันคือเสาหลักของความโปร่งใสและความยินยอม กรณี LinkedIn ผู้ใช้สามารถปิดการใช้งานผ่านเมนู Data Privacy ได้โดยตรง แต่กับ Meta ผู้ใช้ต้องตั้งค่าบัญชีเป็น private เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ข้อมูลใน AI ซึ่งไม่ใช่ทางเลือกที่เข้าถึงง่ายนัก ความไม่เสมอภาคจึงเกิดขึ้น คนที่มีความรู้เท่านั้นที่สามารถปกป้องข้อมูลได้จริง ขณะที่แพลตฟอร์มจำนวนมากยังใช้ default opt-in และ dark pattern ล่อให้ผู้ใช้ไม่ทันระวัง คำถามคือ แม้จะ opt-out […]

X ห้ามบุคคลภายนอกใช้เนื้อหาสำหรับการฝึกอบรม AI โดยไม่ได้รับอนุญาต

X แบนการใช้เนื้อหาเพื่อฝึก AI โดยไม่ได้รับอนุญาต จริงหรือ? เมื่อแพลตฟอร์มเริ่มควบคุมการใช้คอนเทนต์ในการฝึก AI คำถามสำคัญคือ สิทธิของผู้สร้างจะได้รับการปกป้องแค่ไหน X (อดีตคือ Twitter) ได้อัปเดตข้อตกลงนักพัฒนา ไม่อนุญาตให้ใช้โพสต์เพื่อฝึกหรือปรับ fine-tune AI foundation และ frontier models โดยตรงผ่าน API เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงนี้คือการวางหมากเชิงกลยุทธ์ เปิดทางให้ X สามารถทำข้อตกลงเชิงพาณิชย์กับพันธมิตรเฉพาะ หรือสร้าง AI จากข้อมูลของตนเองภายใต้เงื่อนไขที่ควบคุมได้ การควบคุมสิทธิ์เนื้อหาคือการลงทุนระยะยาวที่สร้างแต้มต่อในสนามแข่งขัน AI อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดนี้ใช้เฉพาะกับผู้เข้าถึงผ่าน API ผู้ใช้งานทั่วไปยังอาจถูกนำข้อมูลไปใช้โดยพันธมิตร ยกเว้นเลือก opt-out ซึ่งยังเป็นกระบวนการที่ไม่ชัดเจนสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ แนวโน้มนี้สะท้อนถึงท่าทีของแพลตฟอร์มอย่าง Reddit ที่ห้ามเข้าถึงข้อมูลโดยนักพัฒนา แล้วหันไปเจรจาขายข้อมูลกับผู้เล่นรายใหญ่ เช่น Google แทน คำถามคือ การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของผู้สร้างคอนเทนต์ได้จริง หรือกลายเป็นเครื่องมือผูกขาดเนื้อหา? ผู้สร้างควรได้รับเครื่องมือจัดการสิทธิ์อย่างชัดเจน เช่น ระบบ opt-in/opt-out ที่โปร่งใส หรือระบบ takedown […]

ใช้ AI ไม่เป็น จะไม่มีงานทำจริงเหรอ

ไม่สามารถใช้ AI ก็จะไม่มีงานทำจริงหรือ? เมื่อองค์กรให้น้ำหนักทักษะ AI มากกว่าประสบการณ์ ใครที่ยังไม่เริ่มต้นจะอยู่ตรงไหน? AI ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีเสริมอีกต่อไป แต่คือแกนกลางของโครงสร้างการทำงานสมัยใหม่ หลายองค์กรเลิกพึ่งประสบการณ์เดิม และหันมาให้ความสำคัญกับทักษะการใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพ รายงานจากกลุ่มเทคโนโลยีในเอเชียตะวันออกระบุว่า กว่า 80% ขององค์กรใช้งานหรือเตรียมใช้งาน AI ภายใน 12 เดือน โดยเริ่มจากแผนกที่วัดผลได้ชัดเจน เช่น การตลาด บริการลูกค้า และงานเอกสาร เกือบครึ่งขององค์กรเหล่านี้ ใช้ทักษะ AI เป็นเกณฑ์หลักในการคัดเลือกบุคลากร ตั้งแต่การเขียน prompt ไปจนถึงการออกแบบ workflow เชื่อมระบบอัตโนมัติ AI ไม่ได้แย่งงาน แต่มันเปลี่ยนโจทย์จาก “ใครทำได้” เป็น “ใครทำได้เร็วและแม่นยำกว่า ด้วย AI” ตัวอย่างจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในโซล พนักงานขายต้องใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและสร้างสคริปต์นำเสนอเฉพาะบุคคล หากไม่ผ่านภายใน 90 วัน จะถูกปรับเปลี่ยนบทบาททันที ในองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยความเร็ว ความแม่นยำ และการทำงานข้ามสาย […]

ชวนคบคิด AI ในอีก 10 ปีข้างหน้า

ความน่ากลัวของ AI อาจไม่ใช่สิ่งที่คุณคิด AI ในอีกสิบปีข้างหน้า จะทำลายหรือหล่อหลอมสังคมมนุษย์? คำถามนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของอนาคต แต่คือการมองทะลุไปถึง กลไกภายในของสังคม ที่กำลังปรับตัวในแบบที่เราควบคุมได้น้อยลงทุกที หากมองเพียงแค่ความสามารถทางเทคนิค เราอาจพลาดสิ่งที่สำคัญกว่า นั่นคือ โครงสร้างอำนาจใหม่ ที่ AI กำลังค่อยๆ ปลูกฝังผ่านข้อมูล พฤติกรรม และการตัดสินใจแบบอัตโนมัติ สิ่งที่น่ากลัวอาจไม่ใช่ “AI คิดเองได้” แต่คือการที่มนุษย์ ค่อยๆ ยอมให้ AI คิดแทน โดยไม่รู้ตัว ต่างหากที่น่ากังวล ลองจินตนาการถึงระบบสาธารณสุข ศาลยุติธรรม หรือการศึกษา ที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดลอัลกอริธึม เมื่อมันเรียนรู้จากอดีตที่มีอคติ มันก็ขยายอคตินั้นสู่อนาคตด้วยประสิทธิภาพสูงสุด ความก้าวหน้าไม่ได้แปลว่าเป็นกลางเสมอไป AI ที่มีพลังมากขึ้นในอีกสิบปีข้างหน้า อาจทำให้ความเหลื่อมล้ำฝังแน่นขึ้น เพราะโครงสร้างที่สร้างมันขึ้นมาไม่ได้เปลี่ยนตาม เทคโนโลยีไม่ได้ทำลายมนุษย์ แต่มนุษย์ต่างหากที่อาจทำลายกันเองผ่านการใช้เทคโนโลยีโดยไร้สติ จากกรณีของระบบเครดิตสังคมในบางประเทศ เราเห็นได้ว่า AI ถูกใช้ควบคุมพฤติกรรมในระดับที่ลึกกว่ากฎหมาย ด้วยความเร็วที่กฎหมายไล่ไม่ทัน เมื่ออัลกอริธึมมีอำนาจมากกว่านโยบาย สิ่งที่เหลืออยู่คือเงาของการควบคุม อีกมุมหนึ่งที่น่าจับตามองคือ การก่อตัวของ “ความเป็นจริงจำลอง” ซึ่งสร้างขึ้นโดย AI […]